Black Ribbon

ฟิลิปปินส์สอบสวนผู้ผลิตเหล็ก หลังพบข้อกังวลเรื่องผลิตภัณฑ์ “ไม่ได้มาตรฐาน”

18 สิงหาคม 2569
ฟิลิปปินส์สอบสวนผู้ผลิตเหล็ก หลังพบข้อกังวลเรื่องผลิตภัณฑ์ “ไม่ได้มาตรฐาน”

จากคาดการณ์ความต้องการใช้เหล็กของประเทศจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2027ขณะที่หน่วยงานระดับภูมิภาคเข้มงวดมาตรการควบคุมความปลอดภัยสำหรับเหล็กก่อสร้าง

ทางการฟิลิปปินส์ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัท Davao Mighty Steel Corp. ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านทาง Facebook โดย Presidential Anti Organized Crime Commission : PAOCC

PAOCC ระบุในแถลงการณ์ว่า สำนักงานสืบสวนแห่งชาติ (National Bureau of Investigation: NBI) ของประเทศได้เริ่มดำเนินการสอบสวนหลังจากได้รับรายงานว่า บริษัท Davao Mighty Steel "ผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (reinforcing steel bars) ที่ไม่ได้มาตรฐาน"

คณะกรรมาธิการระบุเพิ่มเติมว่า ตัวอย่างเหล็กเสริมคอนกรีตของบริษัท Davao Mighty Steel จำนวน 4 จาก 8 ตัวอย่างที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาด ไม่ผ่านเกณฑ์บังคับด้านความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักตามมาตรฐานแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (Philippine National Standards)

PAOCC ระบุว่า ปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งนำโดย NBI ณ โรงงานของบริษัท Davao Mighty Steel ในเมืองดาเวาบนเกาะมินดาเนา ยังตรวจพบไอโซโทปกัมมันตรังสีในเหล็กเส้นและวัสดุอื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังระบุด้วยว่า ทั้งบริษัทและเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่มีใบอนุญาตสำหรับการจัดการวัสดุกัมมันตรังสี

ทาง Davao Mighty Steel ยังไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ในทันทีเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวน Davao Mighty Steel หลังจากมีการตรวจพบเหล็กเส้นที่ประทับตรา Davao Mighty Steel ในซากอาคารที่พังถล่มลงมาภายหลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในภูมิภาคมินดาเนาเมื่อเดือนมิถุนายน

การที่ฟิลิปปินส์เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มความต้องการใช้เหล็กที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น โดย Philippine Iron and Steel Institute คาดการณ์ว่า ปริมาณการบริโภคเหล็กของฟิลิปปินส์อาจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.1 ล้านตันในปี 2027 ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.7% จากตัวเลขคาดการณ์ที่ 10.5 ล้านตันในปี 2026 ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากการที่รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งระดับชาติที่จะมีขึ้นในปี 2028

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเหล็กก่อสร้าง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สภาเหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน (ASEAN Iron and Steel Council) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นต่อเทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace ที่ใช้ในการผลิตเหล็กก่อสร้าง เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว

ในเดือนมิถุนายน ประเทศไทยมีคำสั่งให้ โรงงานเหล็ก 4 แห่งหยุดดำเนินการ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยทางการได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโรงงานเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace สืบเนื่องจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มลงมาเมื่อเดือนมีนาคม 2025 อันเป็นผลมาจากแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา

ในอีกกรณีหนึ่ง ทาง NBI ระบุว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม ได้ยึดผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่มีสารกัมมันตรังสีและไม่ได้มาตรฐาน มูลค่ากว่า 3,000 ล้านเปโซ (48.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเชื่อว่าผลิตโดยบริษัท Chuangxing Steel Inc. ในจังหวัดปัมปังกา ทั้งนี้โดยทาง Chuangxing Steel ยังไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ทันที ณ วันที่ 17 สิงหาคม


แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.